ช่องคลอดไม่กระชับหลังคลอดธรรมชาติเกิดจากอะไร? เป็นคำถามที่คุณแม่หลังคลอดหลายคนสงสัย เพราะหลังคลอดบุตรทางช่องคลอด อาจรู้สึกว่าจุดซ่อนเร้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น ช่องคลอดรู้สึกหลวมขึ้น ความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนไป มีลมออกจากช่องคลอด หรือมีปัญหาปัสสาวะเล็ดร่วมด้วย
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่ยืดตัวหรืออ่อนแรง การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดและฝีเย็บ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังคลอด อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่คุณแม่ทุกคนที่คลอดธรรมชาติจะมีปัญหาช่องคลอดไม่กระชับ และอาการที่เกิดขึ้นก็แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ช่องคลอดไม่กระชับหลังคลอดธรรมชาติเกิดจากอะไร มีอาการอย่างไร สามารถกลับมากระชับได้หรือไม่ และควรดูแลด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะสมกับร่างกายหลังคลอด
ช่องคลอดไม่กระชับหลังคลอดธรรมชาติ คืออะไร?
ช่องคลอดไม่กระชับหลังคลอดธรรมชาติ เป็นคำที่ใช้เรียกความรู้สึกว่าช่องคลอดหรือบริเวณปากช่องคลอดมีความกระชับลดลงเมื่อเทียบกับก่อนตั้งครรภ์หรือก่อนคลอดบุตร
ระหว่างการคลอดทางช่องคลอด กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณอุ้งเชิงกรานต้องยืดขยายเพื่อให้ทารกผ่านออกมาได้ กระบวนการนี้อาจทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบางส่วนเกิดการยืดตัวหรือบาดเจ็บได้
หลังคลอด ร่างกายจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตามธรรมชาติ แต่ระดับการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น จำนวนครั้งที่คลอด ขนาดของทารก ลักษณะการคลอด การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และสภาพร่างกายของคุณแม่แต่ละคน
สิ่งสำคัญคือ ช่องคลอดมีความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ การรู้สึกว่าช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไปหลังคลอดไม่ได้หมายความว่าจะต้องผ่าตัดรีแพร์ทุกคน หากไม่มีอาการผิดปกติหรือความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ก็อาจไม่จำเป็นต้องรับการรักษาใด ๆ
ช่องคลอดไม่กระชับหลังคลอดธรรมชาติ เกิดจากอะไร? รวม 7 สาเหตุสำคัญ
1. กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานยืดตัวจากการคลอด
หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณแม่บางคนรู้สึกว่าช่องคลอดไม่กระชับหลังคลอดธรรมชาติ คือการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณฐานของอุ้งเชิงกราน ทำหน้าที่ช่วยพยุงกระเพาะปัสสาวะ มดลูก และลำไส้ส่วนปลาย รวมถึงมีส่วนช่วยควบคุมการขับถ่ายและการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอด
ระหว่างคลอด กล้ามเนื้อเหล่านี้ต้องยืดตัวอย่างมากเพื่อให้ทารกผ่านช่องคลอดออกมาได้ จึงอาจเกิดการยืดตัวมากกว่าปกติหรือได้รับบาดเจ็บในบางราย
อาการที่อาจพบร่วมด้วย ได้แก่
- รู้สึกว่าช่องคลอดไม่กระชับเหมือนเดิม
- ควบคุมการเกร็งและคลายกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานได้ยาก
- ปัสสาวะเล็ดขณะไอ จาม หรือหัวเราะ
- รู้สึกหนักหรือถ่วงบริเวณอุ้งเชิงกราน
แนวทางดูแล: หากสงสัยว่ากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง อาจพิจารณาการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหรือกายภาพบำบัดเฉพาะทาง โดยควรเลือกวิธีฝึกให้เหมาะกับสภาพร่างกายหลังคลอด
2. การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอด
การคลอดธรรมชาติอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดและฝีเย็บยืดตัวหรือเกิดการฉีกขาดได้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการฉีกขาดของฝีเย็บระดับรุนแรง หรือมีการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงอุ้งเชิงกราน
ในบางราย อาจมีการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อที่ไม่สามารถสังเกตได้จากภายนอกเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ หากมีแผลฝีเย็บหรือแผลจากการตัดฝีเย็บ เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวก็ต้องใช้เวลาในการสมานตัวหลังคลอด
อาการที่อาจพบ ได้แก่
- รู้สึกว่ารูเปิดช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
- เจ็บหรือไม่สบายบริเวณฝีเย็บ
- รู้สึกตึงบริเวณแผลเป็น
- มีความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงไป
อย่างไรก็ตาม การมีแผลฝีเย็บไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ช่องคลอดหลวมเสมอไป เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับลักษณะการบาดเจ็บและการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อแต่ละคน
แนวทางดูแล: หากมีอาการเจ็บ แผลผิดปกติ หรือรู้สึกว่าบริเวณฝีเย็บเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจประเมิน
3. คลอดบุตรหลายครั้ง
คุณแม่ที่ผ่านการคลอดบุตรมากกว่าหนึ่งครั้งอาจมีความเสี่ยงต่อปัญหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานมากขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต้องรับแรงยืดและแรงกดจากการตั้งครรภ์และการคลอดซ้ำ
อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งที่คลอดไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าช่องคลอดจะไม่กระชับเสมอไป คุณแม่บางคนสามารถฟื้นตัวได้ดี ขณะที่บางคนอาจมีอาการแม้ผ่านการคลอดเพียงครั้งเดียว
ปัจจัยอื่นที่มีผลร่วมด้วย ได้แก่
- การบาดเจ็บระหว่างคลอด
- ขนาดของทารก
- ระยะเวลาและลักษณะการคลอด
- ความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
- อายุและสุขภาพโดยรวม
แนวทางดูแล: หากมีอาการหลังคลอดหลายครั้ง ควรประเมินการทำงานของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานก่อนเลือกวิธีฟื้นฟูหรือรักษา
4. การคลอดที่มีการใช้เครื่องมือช่วยคลอด
การคลอดโดยใช้คีมหรือเครื่องดูดสุญญากาศอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณอุ้งเชิงกรานในบางกรณี
การบาดเจ็บดังกล่าวอาจส่งผลต่อการพยุงอวัยวะในอุ้งเชิงกราน และเพิ่มโอกาสเกิดปัญหาปัสสาวะเล็ดหรือภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่คลอดโดยใช้เครื่องมือช่วยคลอดไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีปัญหาช่องคลอดไม่กระชับทุกคน
แนวทางดูแล: คุณแม่ที่มีประวัติคลอดโดยใช้เครื่องมือช่วยคลอดและมีอาการผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทำงานของอุ้งเชิงกราน
5. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงหลังคลอดและระหว่างให้นมบุตร
หลังคลอด ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในคุณแม่ที่ให้นมบุตร ซึ่งอาจมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงชั่วคราว
การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดมีความชุ่มชื้นลดลง และเกิดอาการช่องคลอดแห้งหรือระคายเคืองได้
อาการที่อาจพบ ได้แก่
- ช่องคลอดแห้ง
- แสบหรือระคายเคืองบริเวณจุดซ่อนเร้น
- เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- รู้สึกไม่สบายบริเวณช่องคลอด
แม้อาการเหล่านี้อาจทำให้รู้สึกว่าการทำงานของช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไป แต่ช่องคลอดแห้งไม่ได้หมายความว่าช่องคลอดหลวมเสมอไป
แนวทางดูแล: หากมีอาการแห้งหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ อาจพิจารณาใช้สารหล่อลื่นที่เหมาะสม และปรึกษาแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติมหรือไม่
6. กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานฟื้นตัวไม่เต็มที่หลังคลอด
หลังคลอด กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยเฉพาะในคุณแม่ที่มีการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อระหว่างคลอด
หากกล้ามเนื้อยังอ่อนแรงหรือควบคุมการทำงานได้ไม่ดี อาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น
- รู้สึกว่าช่องคลอดไม่กระชับ
- ปัสสาวะเล็ดเมื่อออกแรง
- รู้สึกหนักบริเวณอุ้งเชิงกราน
- ไม่มั่นใจในการควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอด
อย่างไรก็ตาม กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่ทำงานผิดปกติไม่ได้มีเพียงภาวะอ่อนแรงเท่านั้น บางคนอาจมีกล้ามเนื้อตึงตัวมากเกินไปและคลายกล้ามเนื้อได้ยาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ได้
แนวทางดูแล: การประเมินโดยนักกายภาพบำบัดด้านอุ้งเชิงกรานหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ช่วยให้ทราบว่าควรเน้นการเสริมความแข็งแรงหรือฝึกการคลายกล้ามเนื้อ
7. ภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อนหลังคลอด
ภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน (Pelvic Organ Prolapse) เกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่พยุงอวัยวะในอุ้งเชิงกรานอ่อนแอหรือได้รับความเสียหาย จนอวัยวะบางส่วนเคลื่อนต่ำลงหรือยื่นเข้ามาในช่องคลอด
ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นหลังการตั้งครรภ์และคลอดบุตร โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย
อาการที่ควรสังเกต ได้แก่
- รู้สึกหนักหรือถ่วงบริเวณช่องคลอด
- รู้สึกเหมือนมีก้อนนูนบริเวณปากช่องคลอด
- ปัสสาวะลำบากหรือรู้สึกปัสสาวะไม่สุด
- มีอาการมากขึ้นเมื่อยืนหรือทำกิจกรรมเป็นเวลานาน
ภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อนไม่ใช่สิ่งเดียวกับช่องคลอดไม่กระชับทั่วไป แม้ทั้งสองปัญหาอาจเกิดร่วมกันได้
แนวทางดูแล: หากสงสัยว่ามีภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินระดับความรุนแรงและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
ช่องคลอดไม่กระชับหลังคลอดธรรมชาติ มีอาการอย่างไร?
คุณแม่แต่ละคนอาจมีอาการแตกต่างกัน บางคนรู้สึกว่าช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ขณะที่บางคนอาจมีอาการร่วมที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
อาการที่ควรสังเกต ได้แก่
- รู้สึกว่าช่องคลอดหลวมขึ้น เมื่อเทียบกับก่อนตั้งครรภ์หรือก่อนคลอด
- ความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ ความชุ่มชื้น หรือปัจจัยอื่น
- มีลมออกจากช่องคลอด โดยเฉพาะขณะเปลี่ยนท่าหรือออกกำลังกาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ใช่สัญญาณของโรค
- ปัสสาวะเล็ดหลังคลอด เช่น ขณะไอ จาม หัวเราะ หรือออกกำลังกาย
- รู้สึกหนักหรือถ่วงบริเวณอุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะเมื่อยืนเป็นเวลานาน
- เจ็บบริเวณช่องคลอดหรือฝีเย็บ โดยเฉพาะหากมีแผลเป็นหรือเนื้อเยื่อยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
- รู้สึกมีก้อนนูนบริเวณปากช่องคลอด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน
หากมีอาการผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ ไม่ควรสรุปเองว่าเกิดจากช่องคลอดหลวมเพียงอย่างเดียว
ช่องคลอดไม่กระชับหลังคลอดธรรมชาติ จะกลับมากระชับได้ไหม?
มีโอกาสฟื้นตัวได้ แต่ระดับการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคน
หลังคลอด กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตามกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนแรก
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาฟื้นตัวและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ความรุนแรงของการบาดเจ็บระหว่างคลอด
- ความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
- การมีแผลฉีกขาดหรือแผลฝีเย็บ
- จำนวนครั้งที่ตั้งครรภ์และคลอด
- สุขภาพโดยรวมและการฟื้นตัวหลังคลอด
คุณแม่บางคนอาจรู้สึกว่าความกระชับดีขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นตัว ขณะที่บางคนอาจต้องได้รับการฝึกกล้ามเนื้อหรือการรักษาเพิ่มเติม
จึงไม่ควรรีบตัดสินใจทำหัตถการหรือผ่าตัดในช่วงที่ร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะหากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย
5 วิธีดูแลช่องคลอดไม่กระชับหลังคลอดธรรมชาติ
1. ฝึกขมิบช่องคลอดด้วยท่า Kegel
การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือ Kegel Exercise เป็นวิธีที่อาจช่วยเพิ่มความแข็งแรงและการควบคุมกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยลดอาการปัสสาวะเล็ดในผู้หญิงบางกลุ่ม
วิธีฝึกเบื้องต้น
- นอนหงายหรือนั่งในท่าที่สบาย
- ลองเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดและรอบทวารหนัก โดยไม่เกร็งหน้าท้อง ก้น หรือต้นขามากเกินไป
- เกร็งค้างประมาณ 3 วินาที
- คลายกล้ามเนื้อให้เต็มที่ประมาณ 3 วินาที
- ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง หากไม่รู้สึกเจ็บหรือไม่สบาย
เมื่อเริ่มควบคุมกล้ามเนื้อได้ดีแล้ว จึงค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาการเกร็งตามความสามารถ
ข้อควรระวัง: คุณแม่หลังคลอดควรเริ่มฝึกเมื่อมีความพร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลฝีเย็บหรือการบาดเจ็บรุนแรง ไม่ควรฝึกโดยหยุดปัสสาวะกลางสายเป็นประจำ และไม่ควรเกร็งกล้ามเนื้อค้างตลอดเวลา
หากฝึกแล้วเจ็บหรือมีอาการมากขึ้น ควรหยุดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะบางคนอาจมีปัญหากล้ามเนื้อตึงตัวมากเกินไปแทนที่จะอ่อนแรง
2. ทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
การทำกายภาพบำบัดอุ้งเชิงกรานเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาควบคุมกล้ามเนื้อได้ไม่ดี มีอาการปัสสาวะเล็ด หรือไม่แน่ใจว่าฝึกขมิบได้ถูกต้องหรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อก่อนออกแบบโปรแกรมฝึก ซึ่งอาจเน้นการเพิ่มความแข็งแรง การควบคุมการเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ หรือการลดความตึงตัวที่มากเกินไปตามความเหมาะสม
แนวทางนี้มีประโยชน์โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการต่อเนื่องหลังคลอดหรือฝึกด้วยตนเองแล้วไม่ดีขึ้น
3. ดูแลร่างกายและลดแรงกดต่ออุ้งเชิงกราน
การดูแลสุขภาพโดยรวมมีส่วนช่วยลดปัจจัยที่เพิ่มแรงกดต่ออุ้งเชิงกราน เช่น
- รับประทานอาหารที่มีกากใยเพียงพอ
- ดื่มน้ำให้เหมาะสมกับสุขภาพ
- ป้องกันและรักษาอาการท้องผูก
- หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอย่างรุนแรง
- ค่อย ๆ กลับมาออกกำลังกายตามความพร้อมของร่างกาย
- หลีกเลี่ยงการยกของหนักหากทำให้เกิดอาการหรือยังอยู่ในช่วงพักฟื้น
การดูแลเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นโดยตรงในทุกคน แต่ช่วยส่งเสริมสุขภาพอุ้งเชิงกรานและการฟื้นตัวหลังคลอด
4. ดูแลแผลฝีเย็บและความชุ่มชื้นของช่องคลอด
หากมีแผลฝีเย็บหลังคลอด ควรดูแลความสะอาดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยให้แผลสมานตัวอย่างเหมาะสม
หากมีอาการช่องคลอดแห้ง โดยเฉพาะในช่วงให้นมบุตร อาจพิจารณาใช้สารหล่อลื่นที่เหมาะสมเมื่อต้องการมีเพศสัมพันธ์ และปรึกษาแพทย์หากยังมีอาการเจ็บหรือระคายเคือง
ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าทำให้ช่องคลอดแคบลง เช่น สารสอดหรือผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ระคายเคือง โดยไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่ชัดเจน เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบหรือระคายเคืองบริเวณช่องคลอดได้
5. ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการรักษาเพิ่มเติม
หากมีอาการช่องคลอดไม่กระชับต่อเนื่องหลังร่างกายฟื้นตัวแล้ว หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรเข้ารับการประเมินเพื่อเลือกวิธีรักษาให้เหมาะสม
ทางเลือกอาจประกอบด้วย
- การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
- การทำกายภาพบำบัดเฉพาะทาง
- การใช้ห่วงพยุงอวัยวะในอุ้งเชิงกรานในผู้ที่มีข้อบ่งชี้
- การรักษาภาวะช่องคลอดแห้งหรือความผิดปกติอื่นที่ตรวจพบ
- การผ่าตัดในผู้ที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม
ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องผ่าตัดรีแพร์ การรักษาควรพิจารณาจากอาการ ผลการตรวจ ความต้องการของคุณแม่ และความเสี่ยงของแต่ละวิธี
ช่องคลอดไม่กระชับหลังคลอดธรรมชาติ จำเป็นต้องผ่าตัดรีแพร์ไหม?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน
การผ่าตัดรีแพร์อาจเหมาะกับผู้ที่มีความผิดปกติทางกายวิภาคบางประเภท เช่น เนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดหรือฝีเย็บที่ต้องได้รับการซ่อมแซม หรือผู้ที่มีปัญหาอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อนและมีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม หากความรู้สึกไม่กระชับเกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง การฝึกกล้ามเนื้อหรือกายภาพบำบัดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
ก่อนตัดสินใจผ่าตัด ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
- ร่างกายฟื้นตัวหลังคลอดแล้วหรือยัง
- มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อที่ตรวจพบได้หรือไม่
- มีอาการปัสสาวะเล็ดหรืออวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อนร่วมด้วยหรือไม่
- มีแผนตั้งครรภ์และคลอดบุตรในอนาคตหรือไม่
- เข้าใจผลลัพธ์ที่คาดหวังและความเสี่ยงของการผ่าตัดหรือไม่
การผ่าตัดมีความเสี่ยง เช่น เลือดออก การติดเชื้อ แผลเป็น และอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ จึงควรทำเมื่อมีข้อบ่งชี้และผ่านการประเมินจากแพทย์แล้วเท่านั้น
หลังคลอดธรรมชาติ ควรรอนานแค่ไหนก่อนประเมินปัญหาช่องคลอดไม่กระชับ?
ร่างกายต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวหลังคลอด โดยช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนแรกอาจมีการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออย่างต่อเนื่อง
คุณแม่ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอาจเริ่มดูแลกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างอ่อนโยนได้เมื่อมีความพร้อม แต่ควรได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลฝีเย็บหรือการบาดเจ็บระหว่างคลอด
หากอาการไม่กระชับยังคงอยู่หลังการฟื้นตัว หรือมีปัสสาวะเล็ด รู้สึกหนักบริเวณช่องคลอด หรือมีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบระยะเวลาที่กำหนดหากมีอาการผิดปกติ
หากมีไข้ร่วมกับอาการปวดมาก แผลบวมแดงหรือมีหนอง เลือดออกมากผิดปกติ หรือปัสสาวะไม่ออก ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว


