หนังตาตกมองเห็นไม่ชัดไหม ? รู้จักสาเหตุ อาการ และแนวทางรักษา

หนังตาตกมองเห็นไม่ชัดไหม? คำตอบคือ หนังตาตกสามารถทำให้การมองเห็นลดลงหรือรู้สึกมองเห็นไม่ชัดได้ในบางคน โดยเฉพาะกรณีที่เปลือกตาตกลงมาบังรูม่านตาหรือบดบังลานสายตาด้านบน ทำให้ต้องใช้การเลิกคิ้วหรือเงยหน้าเพื่อช่วยมอง

อย่างไรก็ตาม อาการมองเห็นไม่ชัดไม่ได้เกิดจากหนังตาตกเสมอไป เพราะอาจมีสาเหตุจากสายตา กล้ามเนื้อตา หรือโรคทางตาอื่น ๆ ดังนั้น หากมีหนังตาตกและการมองเห็นเปลี่ยนแปลง ควรได้รับการตรวจประเมินจากจักษุแพทย์หรือแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านเปลือกตา เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนวางแผนรักษา

หนังตาตกคืออะไร?

หนังตาตก (Ptosis) คือภาวะที่เปลือกตาบนตกลงมาต่ำกว่าปกติ ทำให้ช่องตาดูแคบลง และในบางรายอาจทำให้ตาข้างหนึ่งดูเล็กกว่าอีกข้างอย่างเห็นได้ชัด

ภาวะนี้อาจเกิดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีสาเหตุแตกต่างกัน เช่น

  • ความผิดปกติของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา
  • เอ็นหรือโครงสร้างที่ช่วยยกเปลือกตาหย่อนหรือยืดตัว
  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • ความผิดปกติของเส้นประสาท
  • การบาดเจ็บบริเวณดวงตาหรือเปลือกตา
  • หลังการผ่าตัดบริเวณดวงตาบางประเภท
  • ภาวะทางระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อบางชนิด

ดังนั้นคำว่า “กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” ที่ใช้กันทั่วไป อาจหมายถึงหลายภาวะ การตรวจหาสาเหตุจึงมีความสำคัญ

หนังตาตกทำให้มองเห็นไม่ชัดได้อย่างไร?

หนังตาตกไม่ได้ทำให้สายตาสั้นหรือสายตายาวโดยตรง แต่สามารถ บดบังพื้นที่การมองเห็น ได้

1. เปลือกตาตกลงมาบังลานสายตา

หากเปลือกตาตกมากจนลงมาบริเวณรูม่านตา อาจทำให้มองเห็นด้านบนหรือด้านข้างได้ลดลง โดยเฉพาะเวลามองตรงหรือมองขึ้น

บางคนอาจรู้สึกว่า

  • มองสิ่งของด้านบนได้ยาก
  • ต้องเงยหน้าเพื่อมอง
  • ต้องเลิกคิ้วเพื่อเปิดตา
  • รู้สึกว่ามุมมองแคบลง
  • อ่านหนังสือหรือใช้หน้าจอแล้วต้องเพ่งมากขึ้น

2. ต้องเลิกคิ้วหรือเกร็งหน้าผากเพื่อช่วยเปิดตา

เมื่อเปลือกตาตก ร่างกายอาจพยายามชดเชยด้วยการยกคิ้วหรือเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก เพื่อเปิดช่องตาให้กว้างขึ้น

หากต้องทำเป็นเวลานาน อาจเกิดอาการเมื่อยล้าบริเวณหน้าผากหรือรอบดวงตาได้

3. หนังตาตกมากจนรบกวนการมองตรง

ในกรณีที่หนังตาตกมาก เปลือกตาอาจบดบังแนวการมองเห็นโดยตรง ส่งผลต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การอ่านหนังสือ การใช้คอมพิวเตอร์ หรือการมองสิ่งกีดขวางขณะเดิน

อย่างไรก็ตาม ระดับผลกระทบต่อการมองเห็นแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับระดับหนังตาตกและสาเหตุที่เกิดขึ้น

หนังตาตกกับ “ตามัว” เหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน

หนังตาตกเกี่ยวข้องกับตำแหน่งของเปลือกตาที่ตกลงมาและอาจบดบังลานสายตา ส่วนอาการตามัวอาจเกิดจากปัญหาของระบบการมองเห็น เช่น

  • ค่าสายตาเปลี่ยน
  • ตาแห้ง
  • กระจกตาผิดปกติ
  • เลนส์ตาขุ่น
  • โรคของจอประสาทตา
  • โรคของเส้นประสาทตา
  • ความผิดปกติของระบบประสาทบางชนิด

ดังนั้น หากมีอาการ หนังตาตกร่วมกับตามัว ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากหนังตาตกเพียงอย่างเดียว ควรตรวจตาเพื่อหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย

อาการแบบไหนที่อาจบ่งบอกว่าหนังตาตกเริ่มกระทบการมองเห็น?

ผู้ที่มีหนังตาตกอาจสังเกตอาการได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น

  • ต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อมองให้ชัด
  • ต้องเลิกคิ้วเพื่อเปิดตา
  • รู้สึกว่ามองด้านบนได้ไม่เต็มที่
  • รู้สึกว่าช่องตาแคบลง
  • ต้องเพ่งมากกว่าปกติ
  • มีอาการล้าหรือเมื่อยรอบดวงตา
  • รู้สึกว่าหนังตาตกมากขึ้นในช่วงท้ายวัน
  • ภาพที่มองเห็นถูกเปลือกตาบังบางส่วน

หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องและเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการประเมิน

หนังตาตกต้องผ่าตัดทุกคนไหม?

ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระดับความรุนแรง ผลกระทบต่อการมองเห็น อายุ และสุขภาพโดยรวม

แพทย์อาจพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น

  1. ระดับการตกของเปลือกตา
  2. การทำงานของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา
  3. ตำแหน่งของขอบเปลือกตา
  4. ความแตกต่างระหว่างตาทั้งสองข้าง
  5. การมองเห็นและลานสายตา
  6. สาเหตุของหนังตาตก
  7. ประวัติการผ่าตัดดวงตาหรือเปลือกตามาก่อน

หากหนังตาตกไม่มากและไม่ได้ส่งผลต่อการมองเห็นหรือการใช้ชีวิต แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามอาการเป็นระยะ

แต่หากหนังตาตกบดบังการมองเห็นหรือมีสาเหตุที่จำเป็นต้องรักษา อาจพิจารณาวิธีรักษาที่เหมาะสมกับสาเหตุ

ทำตาสองชั้นอย่างเดียวช่วยแก้หนังตาตกได้ไหม?

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของหนังตาตก

การทำตาสองชั้นเป็นการสร้างหรือปรับชั้นตา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ความผิดปกติของกลไกการยกเปลือกตาได้ทุกกรณี

หากผู้ที่มีหนังตาตกได้รับการทำตาสองชั้นเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้ประเมินสาเหตุ อาจยังมีปัญหาเปลือกตาตกหรือความไม่สมดุลของดวงตาอยู่ได้

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจผ่าตัด ควรให้แพทย์ประเมินว่าเป็น

  • หนังตาตกจากกล้ามเนื้อหรือเอ็นยกเปลือกตา
  • หนังตาหย่อนจากอายุ
  • คิ้วตก
  • หนังตาส่วนเกิน
  • หรือมีหลายปัจจัยร่วมกัน

เพราะแต่ละสาเหตุอาจต้องใช้แนวทางรักษาที่แตกต่างกัน

หนังตาตกข้างเดียวกับสองข้าง ต่างกันอย่างไร?

หนังตาตกสามารถเกิดได้ทั้ง ข้างเดียวและสองข้าง

หนังตาตกข้างเดียว

อาจสังเกตได้ง่าย เพราะตาข้างหนึ่งดูเล็กกว่าอีกข้างอย่างชัดเจน หากเกิดขึ้นใหม่หรือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ

หนังตาตกสองข้าง

อาจสังเกตได้ยากกว่า เพราะดวงตาทั้งสองข้างอาจตกลงมาใกล้เคียงกัน ผู้ที่มีภาวะนี้บางรายอาจใช้การเลิกคิ้วหรือเงยหน้าเพื่อช่วยเปิดมุมมองโดยไม่รู้ตัว

หนังตาตกแบบไหนควรรีบพบแพทย์?

หากหนังตาตกเกิดขึ้น อย่างฉับพลัน หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะกรณีที่มีอาการ เช่น

  • หนังตาตกลงอย่างรวดเร็ว
  • เห็นภาพซ้อน
  • รูม่านตาสองข้างมีขนาดแตกต่างกันอย่างผิดปกติ
  • ปวดศีรษะรุนแรงหรือผิดปกติ
  • มีอาการแขนขาอ่อนแรง
  • พูดไม่ชัด
  • มีความผิดปกติของการเคลื่อนไหวของดวงตา

อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากหนังตาตกทั่วไป และบางสาเหตุจำเป็นต้องได้รับการตรวจอย่างเร่งด่วน

สรุป หนังตาตกมองเห็นไม่ชัดไหม?

หนังตาตกสามารถทำให้มองเห็นไม่ชัดหรือมองเห็นได้ไม่เต็มที่ในบางราย โดยเฉพาะเมื่อเปลือกตาตกลงมาบดบังรูม่านตาหรือลานสายตา อย่างไรก็ตาม หนังตาตกไม่ได้หมายความว่าจะทำให้สายตาพร่ามัวทุกคน และอาการตามัวอาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย

สิ่งสำคัญคือ ควรหาสาเหตุของหนังตาตกก่อนเลือกวิธีรักษา เพราะการรักษาจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน และการทำตาสองชั้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะหนังตาตกจากความผิดปกติของกลไกการยกเปลือกตา

หากมีหนังตาตกที่เริ่มรบกวนการมองเห็น หรือมีอาการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควรเข้ารับการตรวจประเมินกับแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

บทความอื่นๆ

WINDS Hospital

ตัดหนังหน้าท้องกับการดูดไขมัน VASER ต่างกันอย่างไร?

หน้าท้องเป็นบริเวณที่หลายคนกังวลเรื่องไขมันสะสมและผิวหนังหย่อนคล้อย โดยเฉพาะหลังคลอดบุตร หลังลดน้ำหนัก หรือเมื่ออายุมากขึ้น

Read More »