อายุเพิ่มขึ้นส่งผลต่อกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างไร ?

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผู้หญิงหลายคนอาจเริ่มสังเกตว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมปัสสาวะที่ทำได้ยากขึ้น การรู้สึกหนักบริเวณอุ้งเชิงกราน ช่องคลอดแห้ง หรือความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงไป อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและฮอร์โมนตามวัย

อายุเพิ่มขึ้นส่งผลต่อกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างไร? กล้ามเนื้อบริเวณนี้มีหน้าที่สำคัญในการพยุงอวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน ควบคุมการขับถ่าย และช่วยสนับสนุนการทำงานของช่องคลอด เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอาจเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การตั้งครรภ์ การคลอดบุตร น้ำหนักตัวมาก หรืออาการท้องผูกเรื้อรัง

อย่างไรก็ตาม การมีอายุมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องมีกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรงหรือมีปัญหาช่องคลอดไม่กระชับเสมอไป การดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมและการประเมินตั้งแต่เริ่มมีอาการสามารถช่วยให้เลือกแนวทางดูแลได้ตรงกับปัญหามากขึ้น

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า อายุที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างไร มีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง และผู้หญิงควรดูแลกล้ามเนื้อบริเวณนี้อย่างไรให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญต่อสุขภาพผู้หญิง

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic Floor Muscles) เป็นกลุ่มกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณฐานของอุ้งเชิงกราน ทำหน้าที่ช่วยพยุงอวัยวะภายใน เช่น กระเพาะปัสสาวะ มดลูก และลำไส้ส่วนปลาย รวมถึงมีส่วนช่วยในการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ

กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ยังเกี่ยวข้องกับการทำงานของช่องคลอดและสุขภาพทางเพศ โดยสามารถหดตัวและคลายตัวได้ตามการทำงานของร่างกาย

หน้าที่สำคัญของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ได้แก่

  • พยุงอวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน ช่วยรองรับกระเพาะปัสสาวะ มดลูก และลำไส้ส่วนปลาย
  • ช่วยควบคุมการขับถ่าย ทำงานร่วมกับกล้ามเนื้อและโครงสร้างอื่นในการควบคุมปัสสาวะและอุจจาระ
  • สนับสนุนการทำงานของช่องคลอด มีส่วนช่วยในการหดตัวและการควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอด
  • ช่วยรักษาการทำงานของอุ้งเชิงกรานให้สมดุล ทั้งการเกร็ง การคลายตัว และการตอบสนองต่อแรงดันภายในช่องท้อง

เมื่อกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่พยุงอวัยวะมีความผิดปกติ ผู้หญิงบางคนอาจเริ่มมีปัญหาปัสสาวะเล็ด รู้สึกหนักบริเวณช่องคลอด หรือมีอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน

สิ่งสำคัญคือ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่ทำงานผิดปกติไม่ได้หมายถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรงเพียงอย่างเดียว บางคนอาจมีภาวะกล้ามเนื้อตึงตัวมากเกินไปหรือคลายตัวได้ไม่ดี จึงควรประเมินอาการก่อนเลือกวิธีฝึกหรือรักษา

อายุเพิ่มขึ้นส่งผลต่อกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างไร? รวม 6 การเปลี่ยนแปลงที่ควรรู้

1. ความแข็งแรงและการทำงานของกล้ามเนื้ออาจเปลี่ยนแปลงไป

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น มวลกล้ามเนื้อและสมรรถภาพของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอาจลดลงได้ตามธรรมชาติ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานก็อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย

หากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาจส่งผลต่อการพยุงอวัยวะภายในและการควบคุมปัสสาวะ

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • ปัสสาวะเล็ดขณะไอ จาม หัวเราะ หรือออกกำลังกาย
  • รู้สึกควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานได้ไม่ดีเหมือนเดิม
  • รู้สึกหนักหรือถ่วงบริเวณช่องคลอด
  • มีความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากอายุเพียงอย่างเดียว และไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะมีอาการเมื่ออายุมากขึ้น

แนวทางดูแล: การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างถูกวิธีอาจช่วยเพิ่มความแข็งแรงและการควบคุมกล้ามเนื้อได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่ควรประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อก่อนหากมีอาการเจ็บหรือไม่สามารถคลายกล้ามเนื้อได้ตามปกติ

2. ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในช่วงวัยหมดประจำเดือน

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัยใกล้หมดประจำเดือนและวัยหมดประจำเดือน คือระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง

ฮอร์โมนนี้มีบทบาทต่อสุขภาพของเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการแห้ง ระคายเคือง หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • ช่องคลอดแห้งหรือมีความชุ่มชื้นลดลง
  • แสบหรือระคายเคืองบริเวณจุดซ่อนเร้น
  • เจ็บหรือไม่สบายขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ปัสสาวะบ่อยหรือมีอาการปัสสาวะเร่งด่วนในบางราย

อาการเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของภาวะระบบสืบพันธุ์และทางเดินปัสสาวะเปลี่ยนแปลงในวัยหมดประจำเดือน หรือ Genitourinary Syndrome of Menopause (GSM)

ข้อควรรู้: ช่องคลอดแห้งไม่ได้หมายความว่ากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง และไม่ได้หมายความว่าช่องคลอดหลวมเสมอไป เพราะเป็นปัญหาที่มีสาเหตุแตกต่างกัน แม้อาจเกิดร่วมกันได้

แนวทางดูแล: หากมีอาการช่องคลอดแห้งหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและพิจารณาทางเลือก เช่น สารหล่อลื่น มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับช่องคลอด หรือการรักษาด้วยฮอร์โมนเฉพาะที่เมื่อมีข้อบ่งชี้และเหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละบุคคล

3. ความเสี่ยงต่อภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อนอาจเพิ่มขึ้น

กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันมีหน้าที่ช่วยพยุงอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เมื่อโครงสร้างเหล่านี้อ่อนแอหรือได้รับความเสียหาย อวัยวะบางส่วนอาจเคลื่อนต่ำลงหรือยื่นเข้ามาในช่องคลอดได้

ภาวะนี้เรียกว่า Pelvic Organ Prolapse หรือภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน

อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การตั้งครรภ์และคลอดบุตร การบาดเจ็บของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน น้ำหนักตัวมาก และการเพิ่มแรงดันในช่องท้องอย่างต่อเนื่อง

อาการที่ควรสังเกต ได้แก่

  • รู้สึกหนักหรือถ่วงบริเวณช่องคลอด
  • รู้สึกเหมือนมีก้อนนูนบริเวณปากช่องคลอด
  • มีอาการมากขึ้นเมื่อยืนหรือทำกิจกรรมเป็นเวลานาน
  • ปัสสาวะลำบากหรือรู้สึกปัสสาวะไม่สุด
  • มีปัญหาการขับถ่ายบางประเภท

หากมีอาการเหล่านี้ ควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจประเมิน เพราะภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อนไม่ใช่สิ่งเดียวกับช่องคลอดไม่กระชับทั่วไป

แนวทางดูแล: วิธีรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและอาการ อาจประกอบด้วยการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน การใช้อุปกรณ์พยุงอวัยวะในช่องคลอด หรือการผ่าตัดในผู้ที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม

4. ความเสี่ยงต่อปัญหาการกลั้นปัสสาวะอาจเพิ่มขึ้น

เมื่อกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและโครงสร้างที่ช่วยพยุงทางเดินปัสสาวะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ผู้หญิงบางคนอาจมีปัญหาปัสสาวะเล็ด โดยเฉพาะเมื่อมีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างเช่น

  • ปัสสาวะเล็ดขณะไอหรือจาม
  • ปัสสาวะเล็ดขณะหัวเราะ
  • ปัสสาวะเล็ดขณะวิ่งหรือออกกำลังกาย
  • มีอาการปวดปัสสาวะอย่างเร่งด่วนและเข้าห้องน้ำไม่ทันในบางกรณี

ปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้เกิดจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ การคลอดบุตร น้ำหนักตัว โรคประจำตัว ยาบางชนิด และความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะด้วย

แนวทางดูแล: การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอาจช่วยลดอาการปัสสาวะเล็ดบางประเภทได้ แต่หากมีอาการปัสสาวะเป็นเลือด แสบขณะปัสสาวะร่วมกับไข้ หรือปัสสาวะไม่ออก ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว

5. ความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์อาจเปลี่ยนแปลงไป

ผู้หญิงบางคนอาจสังเกตว่าความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนไปเมื่ออายุมากขึ้น โดยอาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น ช่องคลอดแห้ง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การทำงานของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือภาวะเจ็บบริเวณช่องคลอด

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • รู้สึกแห้งหรือเสียดสีขณะมีเพศสัมพันธ์
  • เจ็บขณะสอดใส่
  • รู้สึกว่าควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดได้ไม่เหมือนเดิม
  • มีความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม ความพึงพอใจทางเพศไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหรือความกระชับของช่องคลอดเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความสัมพันธ์ ความตื่นตัวทางเพศ และความสบายขณะมีเพศสัมพันธ์

แนวทางดูแล: หากมีอาการเจ็บหรือแห้ง ควรประเมินสาเหตุก่อน การใช้สารหล่อลื่นอาจช่วยลดแรงเสียดสีได้ ส่วนผู้ที่มีอาการปวดหรือกล้ามเนื้อตึงตัวมากเกินไปอาจต้องได้รับการดูแลเฉพาะทาง

6. การฟื้นตัวของกล้ามเนื้ออาจได้รับผลจากปัจจัยด้านสุขภาพอื่น ๆ

แม้อายุจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน แต่สุขภาพโดยรวมและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีความสำคัญเช่นกัน

ปัจจัยที่อาจเพิ่มภาระต่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณอุ้งเชิงกราน ได้แก่

  • น้ำหนักตัวมาก
  • ท้องผูกเรื้อรังและการเบ่งถ่ายบ่อย
  • อาการไอเรื้อรัง
  • การยกของหนักที่ทำให้เกิดแรงกดต่ออุ้งเชิงกราน
  • การไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย
  • ประวัติการตั้งครรภ์และคลอดบุตร

การดูแลปัจจัยเหล่านี้สามารถช่วยลดแรงกดต่ออุ้งเชิงกรานและสนับสนุนสุขภาพโดยรวมได้ แม้จะไม่สามารถป้องกันความเปลี่ยนแปลงตามวัยได้ทั้งหมดก็ตาม

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง มีอาการอย่างไร? เช็กสัญญาณเตือน

หากเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงบริเวณอุ้งเชิงกราน ควรสังเกตอาการต่อไปนี้

  1. ปัสสาวะเล็ดเมื่อออกแรง
    เช่น ขณะไอ จาม หัวเราะ หรือออกกำลังกาย
  2. รู้สึกหนักหรือถ่วงบริเวณช่องคลอด
    โดยเฉพาะเมื่อยืนหรือเดินเป็นเวลานาน
  3. รู้สึกมีก้อนนูนบริเวณปากช่องคลอด
    อาจสัมพันธ์กับภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ควรได้รับการตรวจประเมิน
  4. มีความเปลี่ยนแปลงขณะมีเพศสัมพันธ์
    เช่น ช่องคลอดแห้ง เจ็บ หรือรู้สึกไม่สบาย
  5. ควบคุมการขับถ่ายได้ยากขึ้น
    อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหรือปัจจัยอื่นที่ต้องประเมินเพิ่มเติม
  6. รู้สึกว่ากล้ามเนื้อเกร็งหรือคลายตัวได้ยาก
    อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในการทำงานของกล้ามเนื้อ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรงเสมอไป

หากมีอาการเหล่านี้อย่างต่อเนื่องหรือส่งผลต่อการใช้ชีวิต ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุ้งเชิงกราน เพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

อายุเท่าไหร่ที่ควรเริ่มดูแลกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน?

ผู้หญิงสามารถเริ่มดูแลกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานได้ตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องรอให้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรือเริ่มมีอาการก่อน

การดูแลกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นเรื่องสำคัญในหลายช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งครรภ์ คลอดบุตร หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อปัญหาอุ้งเชิงกราน

แนวทางดูแลเบื้องต้น ได้แก่

  • ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างถูกวิธี
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอและเหมาะสมกับสภาพร่างกาย
  • ดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับเหมาะสม
  • ป้องกันและรักษาอาการท้องผูกเรื้อรัง
  • หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอย่างรุนแรง
  • เข้ารับการตรวจเมื่อมีอาการผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรฝึกขมิบอย่างหนักโดยไม่ประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือรู้สึกว่ากล้ามเนื้อคลายตัวได้ยาก

5 วิธีดูแลกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

1. ฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างถูกวิธี

การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือ Kegel Exercise อาจช่วยเพิ่มความแข็งแรงและการควบคุมกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยลดอาการปัสสาวะเล็ดในผู้หญิงบางกลุ่ม

วิธีฝึกเบื้องต้น

  1. เลือกท่านอนหรือนั่งที่สบาย
  2. เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดและรอบทวารหนัก โดยไม่เกร็งหน้าท้องหรือก้นมากเกินไป
  3. เกร็งค้างประมาณ 3 วินาที
  4. คลายกล้ามเนื้อเต็มที่ประมาณ 3 วินาที
  5. ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง หากไม่รู้สึกเจ็บหรือไม่สบาย

เมื่อสามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ดีแล้ว จึงค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาการเกร็งตามความเหมาะสม

ข้อควรระวัง: การฝึกต้องมีทั้งการเกร็งและการคลายกล้ามเนื้อ ไม่ควรหยุดปัสสาวะกลางสายเป็นประจำเพื่อใช้ฝึก หากฝึกแล้วเจ็บหรือมีอาการมากขึ้น ควรหยุดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

2. ทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

การทำกายภาพบำบัดเฉพาะทางเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปัสสาวะเล็ด รู้สึกหนักบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือไม่แน่ใจว่าฝึกขมิบได้ถูกต้องหรือไม่

นักกายภาพบำบัดจะประเมินความแข็งแรง การประสานงาน และความสามารถในการคลายกล้ามเนื้อ ก่อนออกแบบโปรแกรมให้เหมาะสมกับแต่ละคน

วิธีนี้มีประโยชน์ในผู้ที่มีอาการต่อเนื่องหรือมีปัญหาซับซ้อน เพราะช่วยให้เลือกการฝึกได้ตรงกับสาเหตุ ไม่ใช่เน้นการขมิบเพียงอย่างเดียว

3. ดูแลน้ำหนักตัวและระบบขับถ่าย

น้ำหนักตัวมากและการเบ่งถ่ายจากอาการท้องผูกเรื้อรังอาจเพิ่มแรงกดต่ออุ้งเชิงกราน

การดูแลเบื้องต้น ได้แก่

  • รับประทานอาหารที่มีกากใย
  • ดื่มน้ำให้เหมาะสมกับสุขภาพ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอย่างรุนแรง
  • ปรึกษาแพทย์หากมีอาการท้องผูกเรื้อรัง

การปรับพฤติกรรมเหล่านี้ช่วยสนับสนุนสุขภาพอุ้งเชิงกรานและสุขภาพโดยรวมได้

4. ดูแลสุขภาพช่องคลอดในช่วงวัยหมดประจำเดือน

ผู้หญิงที่มีช่องคลอดแห้งหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์อาจได้รับประโยชน์จากการใช้สารหล่อลื่นหรือมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับช่องคลอด

หากอาการยังคงอยู่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินภาวะที่เกี่ยวข้องกับวัยหมดประจำเดือน และพิจารณาการรักษาที่เหมาะสมกับสุขภาพและประวัติทางการแพทย์

ไม่ควรซื้อฮอร์โมนหรือใช้ผลิตภัณฑ์สอดช่องคลอดโดยไม่ทราบข้อบ่งชี้และความปลอดภัย

5. เข้ารับการประเมินเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ

หากมีปัสสาวะเล็ด รู้สึกหนักบริเวณช่องคลอด มีก้อนนูน หรือมีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ควรเข้ารับการประเมินแทนการสรุปว่าเกิดจากอายุเพียงอย่างเดียว

แพทย์อาจตรวจประเมินการทำงานของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน และสาเหตุอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสม

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง จำเป็นต้องผ่าตัดรีแพร์หรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน

หากปัญหาหลักคือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง การฝึกกล้ามเนื้อหรือกายภาพบำบัดอาจเป็นทางเลือกแรกที่เหมาะสม

แต่ในผู้ที่มีภาวะอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน มีความผิดปกติของเนื้อเยื่อ หรือมีอาการที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต แพทย์อาจพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การใช้อุปกรณ์พยุงอวัยวะในช่องคลอด หรือการผ่าตัดในผู้ที่มีข้อบ่งชี้

ก่อนพิจารณาผ่าตัด ควรทำความเข้าใจเรื่องต่อไปนี้

  • สาเหตุที่แท้จริงของอาการ
  • ประโยชน์ที่คาดหวังจากการรักษา
  • ทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด
  • ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
  • ระยะเวลาพักฟื้น
  • ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการทำงานของช่องคลอดและการมีเพศสัมพันธ์

การผ่าตัดรีแพร์ไม่ใช่วิธีชะลอวัย และไม่สามารถรับประกันว่าจะทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นหรือเพิ่มความพึงพอใจทางเพศได้ในทุกคน จึงควรพิจารณาจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เป็นหลัก

บทความอื่นๆ

WINDS Hospital

ตัดหนังหน้าท้องกับการดูดไขมัน VASER ต่างกันอย่างไร?

หน้าท้องเป็นบริเวณที่หลายคนกังวลเรื่องไขมันสะสมและผิวหนังหย่อนคล้อย โดยเฉพาะหลังคลอดบุตร หลังลดน้ำหนัก หรือเมื่ออายุมากขึ้น

Read More »