หน้าอกหย่อนคล้อย เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า นอกจากอายุและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายแล้ว พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันก็อาจมีส่วนทำให้หน้าอกสูญเสียความกระชับและดูหย่อนคล้อยเร็วขึ้นได้
การรู้ว่าพฤติกรรมใดควรหลีกเลี่ยง รวมถึงการดูแลหน้าอกอย่างเหมาะสม จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลรูปร่างของหน้าอกให้ดูดีได้ในระยะยาว
หน้าอกหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร?
ลักษณะหน้าอกหย่อนคล้อย หรือ Breast Ptosis เกิดจากการที่เนื้อเยื่อภายในเต้านมและผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้หัวนมและเนื้อเต้านมมีแนวโน้มเคลื่อนต่ำลง
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับหน้าอกหย่อนคล้อย ได้แก่
- อายุที่เพิ่มขึ้น
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- การตั้งครรภ์และการให้นมบุตร
- น้ำหนักตัวเพิ่มหรือลดอย่างรวดเร็ว
- ขนาดหน้าอกและน้ำหนักของเต้านม
- พันธุกรรมและความยืดหยุ่นของผิว
- การสูบบุหรี่
- พฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่าง
ดังนั้น แม้จะไม่สามารถป้องกันหน้าอกหย่อนได้ 100% แต่การลดปัจจัยเสี่ยงบางอย่างอาจช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างหน้าอกได้
7 พฤติกรรมที่อาจทำให้หน้าอกหย่อนเร็วขึ้น
- น้ำหนักขึ้น-ลงอย่างรวดเร็วและบ่อยครั้ง
การลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วทำให้ผิวหนังบริเวณเต้านมต้องยืดและหดตัวซ้ำ ๆ
เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของขนาดเต้านมบ่อยครั้ง ผิวหนังอาจสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้หน้าอกดูหย่อนคล้อยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ลดน้ำหนักจำนวนมากในระยะเวลาสั้น ๆ
คำแนะนำ: ควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม และหากต้องการลดน้ำหนัก ควรเน้นการลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ไม่สวมเสื้อชั้นในที่เหมาะสมขณะออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีแรงกระแทกหรือการเคลื่อนไหวมาก เช่น วิ่ง กระโดด หรือ HIIT อาจทำให้หน้าอกเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ
หากไม่ได้รับการพยุงอย่างเหมาะสม อาจทำให้รู้สึกไม่สบายและเกิดแรงดึงต่อเนื้อเยื่อบริเวณเต้านมได้
แนะนำให้เลือก Sports Bra ที่มีขนาดพอดีและให้การพยุงเหมาะสมกับประเภทของการออกกำลังกาย
- สูบบุหรี่เป็นประจำ
สารบางชนิดในบุหรี่ โดยเฉพาะนิโคติน สามารถส่งผลต่อหลอดเลือดและการไหลเวียนของเลือด ขณะที่สารจากควันบุหรี่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินของผิว
เมื่อผิวสูญเสียความยืดหยุ่นมากขึ้น ก็อาจทำให้ผิวบริเวณหน้าอกหย่อนคล้อยได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น การลดหรือหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่จึงเป็นผลดีต่อทั้งสุขภาพโดยรวมและสุขภาพผิว
- ไม่ดูแลผิวบริเวณหน้าอกและปล่อยให้ผิวแห้งมาก
ผิวบริเวณหน้าอกก็ต้องการการดูแลเช่นเดียวกับผิวส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
การทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนและการทามอยส์เจอไรเซอร์สามารถช่วยดูแลความชุ่มชื้นของผิวได้ แม้จะไม่มีครีมหรือผลิตภัณฑ์ใดที่สามารถป้องกันหน้าอกหย่อนได้อย่างสมบูรณ์ก็ตาม
ควรเน้นการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอมากกว่าการคาดหวังว่าครีมจะสามารถ “ยกกระชับหน้าอก” ได้โดยตรง
- ตากแดดเป็นเวลานานโดยไม่ป้องกันผิว
รังสี UV สามารถทำลายโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว และมีส่วนทำให้ผิวเกิดริ้วรอยและสูญเสียความยืดหยุ่น
หากบริเวณหน้าอกสัมผัสแสงแดดเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณที่ใส่เสื้อเปิดคอหรือชุดว่ายน้ำ ควรให้ความสำคัญกับการป้องกันแสงแดดเช่นเดียวกับผิวบริเวณอื่น
- นอนคว่ำเป็นประจำ
การนอนคว่ำทำให้หน้าอกถูกกดทับกับที่นอนเป็นเวลานาน แม้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการนอนคว่ำเพียงอย่างเดียวจะทำให้หน้าอกหย่อนคล้อยโดยตรง
อย่างไรก็ตาม หากรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายบริเวณหน้าอก การเปลี่ยนท่านอนอาจช่วยลดแรงกดและเพิ่มความสบายได้
ท่านอนจึงไม่ใช่สาเหตุหลักของหน้าอกหย่อนคล้อย เพราะปัจจัยสำคัญยังคงเป็นเรื่องอายุ พันธุกรรม ขนาดหน้าอก การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก การตั้งครรภ์ และความยืดหยุ่นของผิว
- ปล่อยให้น้ำหนักหน้าอกเพิ่มขึ้นโดยไม่ดูแล
ผู้ที่มีหน้าอกขนาดใหญ่หรือมีเนื้อเต้านมมาก ย่อมมีน้ำหนักของเนื้อเต้านมที่ดึงลงตามแรงโน้มถ่วงมากกว่าผู้ที่มีหน้าอกขนาดเล็ก
เมื่อเวลาผ่านไป ประกอบกับความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลงตามอายุ หน้าอกจึงอาจมีโอกาสหย่อนคล้อยมากขึ้น
หากมีหน้าอกขนาดใหญ่และมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หรือรู้สึกไม่สบายจากน้ำหนักหน้าอก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินทางเลือกที่เหมาะสม
แล้วการให้นมลูกทำให้หน้าอกหย่อนจริงหรือไม่?
หลายคนเข้าใจว่า “การให้นมลูกเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หน้าอกหย่อน” แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงของหน้าอกระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดมีหลายปัจจัยร่วมกัน
ระหว่างตั้งครรภ์ เต้านมจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งขนาดและปริมาตร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เมื่อหลังคลอดและหยุดให้นม ขนาดหน้าอกอาจลดลง ทำให้ผิวหนังที่เคยถูกยืดมีลักษณะหย่อนคล้อยได้
ดังนั้น การตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของขนาดเต้านม อายุ พันธุกรรม และน้ำหนักตัว ล้วนมีส่วนต่อรูปร่างหน้าอก
วิธีดูแลหน้าอก ลดโอกาสหย่อนเร็ว
แม้ไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงตามวัยได้ แต่สามารถดูแลตัวเองเพื่อลดปัจจัยที่อาจเร่งให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นได้ เช่น
- ควบคุมน้ำหนักให้คงที่
หลีกเลี่ยงการลดหรือเพิ่มน้ำหนักแบบรวดเร็วและซ้ำ ๆ
- เลือกเสื้อชั้นในให้เหมาะสม
โดยเฉพาะขณะออกกำลังกาย ควรเลือก Sports Bra ที่ให้การพยุงเพียงพอ
- ปกป้องผิวจากแสงแดด
ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดในบริเวณที่สัมผัสแสงแดดโดยตรง
- ดูแลความชุ่มชื้นของผิว
ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
เน้นอาหารให้ครบถ้วนและได้รับโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่เพียงพอ
- ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
การฝึกกล้ามเนื้อหน้าอก เช่น Chest Press หรือ Push-up สามารถช่วยพัฒนากล้ามเนื้อหน้าอกใต้เต้านมได้ แต่ ไม่สามารถยกเนื้อเต้านมที่หย่อนคล้อยโดยตรง
- งดสูบบุหรี่
ช่วยลดผลกระทบต่อผิวและสุขภาพโดยรวม
ถ้าหน้าอกหย่อนแล้ว แก้ไขได้อย่างไร?
หากหน้าอกเริ่มหย่อนคล้อยมาก การดูแลตัวเองเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถทำให้เนื้อเต้านมกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมได้
แพทย์สามารถประเมินระดับความหย่อนคล้อย รวมถึงปริมาณเนื้อเต้านม คุณภาพผิว และตำแหน่งหัวนม เพื่อพิจารณาวิธีแก้ไขที่เหมาะสม เช่น
เสริมหน้าอก
เหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกเล็กหรือสูญเสียปริมาตรของเต้านม และต้องการเพิ่มความเต็มของหน้าอก ทั้งนี้ต้องประเมินก่อนว่าการเสริมซิลิโคนเพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่
ยกกระชับหน้าอก
เหมาะกับผู้ที่มีภาวะหน้าอกหย่อนคล้อย โดยแพทย์จะปรับตำแหน่งเนื้อเต้านมและหัวนม รวมถึงตัดผิวหนังส่วนเกินตามความเหมาะสม
ยกกระชับหน้าอกร่วมกับเสริมหน้าอก
ในบางรายอาจมีทั้งปัญหาหน้าอกหย่อนและปริมาตรหน้าอกลดลง การทำสองวิธีร่วมกันอาจช่วยปรับทั้งตำแหน่งและความเต็มของหน้าอกได้
การเลือกวิธีรักษาควรพิจารณาเป็นรายบุคคล เพราะระดับความหย่อนคล้อย รูปร่างหน้าอก คุณภาพผิว และความต้องการของแต่ละคนแตกต่างกัน
สรุป พฤติกรรมใดทำให้หน้าอกหย่อนเร็วขึ้น?
พฤติกรรมที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ การขึ้นลงของน้ำหนักอย่างรวดเร็ว การสูบบุหรี่ การไม่ป้องกันผิวจากแสงแดด การไม่ดูแลความชุ่มชื้นของผิว และการออกกำลังกายโดยไม่มีการพยุงหน้าอกที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม หน้าอกหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับอายุ พันธุกรรม ขนาดหน้าอก การตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก และความยืดหยุ่นของผิว
หากสังเกตว่าหน้าอกเริ่มหย่อนคล้อยมากขึ้น หรือไม่แน่ใจว่าควรเลือก เสริมหน้าอก ยกกระชับหน้าอก หรือทำร่วมกัน การเข้ารับการประเมินโดยศัลยแพทย์ตกแต่งจะช่วยให้ทราบแนวทางที่เหมาะสมกับโครงสร้างร่างกายของแต่ละบุคคล


