บทนำ
ภาวะผนังกั้นจมูกคด คือภาวะที่ผนังกั้นภายในจมูก (Nasal Septum) ซึ่งทำหน้าที่แบ่งโพรงจมูกซ้ายและขวา เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งมากกว่าปกติ โดยผนังกั้นนี้ประกอบด้วยทั้ง กระดูกอ่อน และ กระดูกแข็ง หากคดมากอาจทำให้ทางเดินอากาศสองข้างไม่เท่ากัน และเกิดอาการตามมาได้
ผลกระทบที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ช่องจมูกสองข้างกว้างไม่เท่ากัน
- คัดจมูกข้างเดียวเรื้อรัง
- หายใจไม่สะดวก
- นอนกรน
สาเหตุของผนังกั้นจมูกคด
สาเหตุของผนังกั้นจมูกคดพบได้หลายแบบ โดยมักเกี่ยวข้องกับโครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงของจมูกดังนี้
- เป็นมาแต่กำเนิด (Congenital) — โครงสร้างผนังกั้นจมูกเอียงมาตั้งแต่เกิด ทำให้โพรงจมูกซ้าย-ขวาไม่สมดุลตั้งแต่แรก
- การได้รับบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ (Trauma) — การกระแทกบริเวณจมูกอาจทำให้กระดูก/กระดูกอ่อนเคลื่อนหรือผิดรูป จนนำไปสู่ผนังกั้นจมูกคดได้
- ความเสื่อมตามวัย — เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างอาจเปลี่ยนแปลงหรือเสียสมดุลมากขึ้น ทำให้อาการคัดจมูกเด่นชัดกว่าเดิมในบางราย
ผนังกั้นจมูกคด… แก้ไขได้ไหม?
ภาวะผนังกั้นจมูกคด สามารถแก้ไขและรักษาให้หายได้ โดยแนวทางการรักษามักพิจารณาตามความรุนแรงของอาการและผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
โดยทั่วไปสามารถแบ่งแนวทางการรักษาออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- กรณีอาการไม่รุนแรง — เน้นการบรรเทาอาการให้หายใจสะดวกขึ้น
- กรณีอาการรุนแรง — พิจารณาการผ่าตัดเพื่อแก้ไขโครงสร้างและเปิดทางเดินหายใจให้เหมาะสม
กรณีอาการไม่รุนแรง
คัดจมูกเป็นบางครั้ง / ไม่กระทบการดำเนินชีวิต
แนวทางในกลุ่มนี้มุ่งลดอาการคัดจมูกและช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น เช่น
- ยาพ่นจมูกกลุ่มสเตียรอยด์ (Nasal Steroid Sprays) — ช่วยลดอาการคัดจมูกและทำให้การหายใจโล่งขึ้นในช่วงที่มีอาการ
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ — สามารถทำร่วมกันได้เพื่อช่วยดูแลความสะอาดของโพรงจมูกและลดความระคายเคืองในบางราย
|
หมายเหตุ: ยาช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกให้หายใจสะดวกขึ้นได้ แต่ไม่สามารถทำให้โครงสร้างกระดูกที่คดกลับมาตรงได้ |
กรณีอาการรุนแรง
คัดจมูกเรื้อรัง / ไซนัสอักเสบบ่อย / นอนกรน / จมูกผิดรูป
หากอาการส่งผลต่อคุณภาพชีวิตชัดเจนหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัดตามความเหมาะสม เช่น
- การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นจมูก (Septoplasty) — เป็นการผ่าตัดจัดแต่งหรือตัดส่วนที่คดออก เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น โดยส่วนใหญ่ผ่าตัดผ่านรูจมูก จึงมักไม่มีรอยแผลภายนอก
- การผ่าตัดปรับโครงสร้างร่วมกับความสวยงาม (Functional Rhinoplasty) — เหมาะสำหรับผู้ที่มีทรงจมูกภายนอกเอียง/เบี้ยวร่วมด้วย โดยแพทย์จะปรับแกนกั้นจมูกให้ตรงและแต่งทรงจมูกภายนอกไปพร้อมกัน
การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นจมูกคด หรือ Septoplasty
การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นจมูกคด (Septoplasty) คือหัตถการทางการแพทย์เพื่อจัดแต่งหรือแก้ไขส่วนของ กระดูกอ่อน และ กระดูกแข็ง ที่เป็นผนังกั้นกลางจมูกให้กลับมาตรงมากขึ้น เพื่อช่วยเปิดทางเดินหายใจให้สะดวกขึ้น ลดการอุดกั้นในโพรงจมูก และในบางรายสามารถช่วยแก้ไขโครงสร้างจมูกที่ผิดรูปจากความคดของผนังกั้นร่วมด้วยได้ โดยแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
ข้อบ่งชี้: เมื่อไหร่ที่ควรผ่าตัด Septoplasty?
- คัดจมูกเรื้อรัง — หายใจไม่สะดวกข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และใช้ยาลดอักเสบหรือยาพ่นจมูกแล้วไม่ดีขึ้น
- ไซนัสอักเสบเรื้อรัง (Chronic Sinusitis) — ผนังกั้นจมูกคดไปอุดกั้นทางระบายของไซนัส ทำให้เกิดการอักเสบซ้ำๆ
- เลือดกำเดาไหลบ่อย — บริเวณผนังกั้นจมูกส่วนที่คดนูนมักจะแห้งและเกิดแผลได้ง่าย
- มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ — นอนกรน หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) จากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนต้น
- โครงสร้างจมูกภายนอกเอียงชัดเจน — ต้องการปรับแต่งทรงจมูกร่วมกับการทำศัลยกรรมตกแต่ง (Septorhinoplasty)
ขั้นตอนการผ่าตัด Septoplasty
- การดมยาสลบหรือยาชาเฉพาะที่
- ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง
- แพทย์จะทำการดมยาสลบ (General Anesthesia) หรือใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาช่วยให้เคลิ้มหลับ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคสและการประเมินของแพทย์
- การเปิดแผลผ่าตัด
- ไม่มีรอยแผลเป็นภายนอก
- แพทย์จะกรีดแผลขนาดเล็กภายในรูจมูก (Incision inside the nostril) จึงไม่มีรอยแผลเป็นปรากฏภายนอกใบหน้า ยกเว้นกรณีทำร่วมกับเทคนิค Open Rhinoplasty
- การแยกเยื่อบุและจัดแต่งกระดูก
- ปรับแกนกั้นจมูกให้ตรง
- แพทย์จะค่อยๆ เลาะเยื่อบุโพรงจมูก (Mucoperichondrium) ออกจากแกนกระดูก จากนั้นจะตัด ดัด หรือเล็มส่วนของกระดูกอ่อนและกระดูกแข็งที่คดส่วนเกินออก แล้วจัดวางแกนกลางให้อยู่ในแนวตรง
- การเย็บปิดแผลและใส่วัสดุพยุง
- พยุงโครงสร้างช่วงฟื้นตัว
- เย็บปิดแผลภายในด้วยไหมละลาย และอาจใส่แผ่นซิลิโคนพยุงแกนจมูก (Nasal Splint) หรือใช้วัสดุห้ามเลือด (Nasal Packing) ไว้ในรูจมูกช่วง 1-3 วันแรก เพื่อลดการหดรั้งและป้องกันเลือดออก
การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด
- ช่วง 1–2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรงๆ และการยกของหนัก เพราะอาจทำให้แผลภายในฉีกขาดหรือเลือดออกซ้ำได้
- ช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก: ประคบเย็นบริเวณแก้มและรอบจมูกเพื่อลดอาการบวม และนอนศีรษะสูงโดยใช้หมอนหนุน 2–3 ใบ
- การดูแลวัสดุพยุงจมูก: หากมีวัสดุห้ามเลือดในจมูก ให้หายใจทางปากแทน และเข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อถอดวัสดุพยุงออก (ปกติประมาณ 2–7 วัน)
- การทำความสะอาด: ล้างโพรงจมูกด้วยน้ำเกลือตามคำแนะนำของแพทย์เมื่อถอดวัสดุห้ามเลือดแล้ว เพื่อชำระล้างคราบเลือดและลดการสะสมของเชื้อโรค
- กิจกรรม: เว้นการออกกำลังกายหนัก การก้มหน้าต่ำ หรือการสั่งน้ำมูกอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์
ข้อแนะนำ
ควรพบแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก (ENT) หรือศัลยแพทย์ตกแต่ง หากมีอาการต่อไปนี้
- คัดจมูกข้างเดียวเรื้อรังนานเกิน 3–4 สัปดาห์
- สงสัยว่าจมูกเอียงจากโครงสร้างภายใน
โดยก่อนวางแผนรักษา ควรส่องกล้องตรวจดูโพรงจมูกอย่างละเอียด เพื่อประเมินความคดและหาสาเหตุร่วมอื่น ๆ อย่างเหมาะสม


