ภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้หลังเสริมหน้าอก มีอะไรบ้าง ? พร้อมวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

การเสริมหน้าอกเป็นหนึ่งในหัตถการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยม ภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้หลังเสริมหน้าอกมีอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบค่ะ ผู้ที่กำลังวางแผนเสริมหน้าอกจึงควรทำความเข้าใจทั้ง อาการที่สามารถพบได้ในช่วงพักฟื้น และ ภาวะแทรกซ้อนหลังเสริมหน้าอกที่ควรเฝ้าระวัง เพื่อให้สามารถสังเกตความผิดปกติและเข้าพบแพทย์ได้อย่างเหมาะสม

อาการหลังเสริมหน้าอกแบบไหนถือว่าปกติ?

หลังผ่าตัดในช่วงแรก ร่างกายจำเป็นต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว จึงอาจมีอาการบางอย่างที่พบได้และไม่ได้หมายความว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนเสมอไป เช่น

  • อาการบวมบริเวณหน้าอก
  • รู้สึกตึงหรือแน่นหน้าอก
  • เจ็บหรือระบมบริเวณแผลผ่าตัด
  • มีรอยช้ำ
  • รู้สึกชา หรือความรู้สึกบริเวณหัวนมเปลี่ยนแปลงชั่วคราว
  • หน้าอกสองข้างดูไม่เท่ากันในช่วงแรก
  • รู้สึกว่าซิลิโคนอยู่สูงกว่าที่คาดไว้

อาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงพักฟื้น และโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาการฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม หากอาการ ปวด บวม แดง หรือผิดปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะดีขึ้น ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือพบแพทย์เพื่อประเมิน

ภาวะแทรกซ้อนหลังเสริมหน้าอกที่ควรรู้

  1. เลือดคั่งหรือ Hematoma

เลือดคั่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด โดยเลือดจะสะสมอยู่บริเวณรอบ ๆ ถุงซิลิโคนหรือบริเวณแผลผ่าตัด

สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่

  • หน้าอกข้างหนึ่งบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ปวดมากขึ้นผิดปกติ
  • หน้าอกตึงมาก
  • มีรอยช้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • หน้าอกสองข้างมีขนาดแตกต่างกันมากขึ้นอย่างชัดเจน

หากสงสัยว่าเกิดเลือดคั่ง ควรติดต่อแพทย์ทันทีเพื่อประเมินความรุนแรง

  1. ภาวะติดเชื้อ

การติดเชื้อสามารถเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดได้ แม้จะมีการดูแลแผลและใช้เทคนิคปลอดเชื้ออย่างเหมาะสม

อาการที่ควรระวัง ได้แก่

  • แผลมีอาการแดงมากขึ้น
  • บวมและร้อนบริเวณแผล
  • มีหนองหรือของเหลวผิดปกติออกจากแผล
  • มีไข้
  • มีอาการปวดมากขึ้นแทนที่จะค่อย ๆ ลดลง

หากพบอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

  1. แผลผ่าตัดมีปัญหา

แผลผ่าตัดบริเวณราวนมหรือบริเวณอื่นที่ใช้ในการใส่ซิลิโคนอาจเกิดปัญหาได้ เช่น แผลแยก แผลหายช้า หรือมีของเหลวซึม

การดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มแรงดึงบริเวณแผลในช่วงพักฟื้นจึงมีความสำคัญ

หากแผลมีเลือดออกมาก แผลแยก หรือมีสิ่งคัดหลั่งผิดปกติ ควรติดต่อโรงพยาบาล

  1. หน้าอกแข็งจากพังผืดรัดซิลิโคน

หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่ผู้เสริมหน้าอกควรรู้จักคือ Capsular Contracture หรือภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคน

ตามธรรมชาติ ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อหุ้มรอบถุงซิลิโคนหลังใส่ซิลิโคน แต่ในบางรายพังผืดอาจหนาและหดรัดตัวมากกว่าปกติ

อาจทำให้เกิด

  • หน้าอกแข็งขึ้น
  • รู้สึกตึง
  • รูปทรงหน้าอกเปลี่ยนไป
  • หน้าอกดูผิดรูป
  • มีอาการเจ็บหรือไม่สบายในบางราย

ความรุนแรงมีหลายระดับ และการรักษาขึ้นอยู่กับอาการและการประเมินของแพทย์

  1. ซิลิโคนเคลื่อนหรือเปลี่ยนตำแหน่ง

หลังเสริมหน้าอก ซิลิโคนอาจเกิดการเคลื่อนจากตำแหน่งที่วางไว้ได้ในบางกรณี

อาจสังเกตได้จาก

  • หน้าอกสองข้างมีตำแหน่งแตกต่างกัน
  • หน้าอกดูสูงหรือต่ำไม่เท่ากัน
  • ซิลิโคนเคลื่อนไปด้านข้างมากเกินไป
  • ร่องอกหรือระยะห่างของหน้าอกเปลี่ยนไป

ทั้งนี้ ในช่วงแรกหลังผ่าตัด หน้าอกอาจยังไม่เข้าที่และมีความไม่สมมาตรได้ จึงควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามปกติของช่วงพักฟื้นหรือเป็นภาวะแทรกซ้อน

  1. หน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน

หน้าอกของคนเรามักมีความแตกต่างกันอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนผ่าตัด และหลังเสริมหน้าอกใหม่ ๆ อาการบวมของแต่ละข้างอาจไม่เท่ากัน ทำให้เห็นความแตกต่างชัดเจนขึ้น

ในบางราย ความไม่สมมาตรอาจเกี่ยวข้องกับ

  • โครงสร้างหน้าอกเดิม
  • กล้ามเนื้อหน้าอก
  • ตำแหน่งราวนม
  • ปริมาณเนื้อหน้าอก
  • การวางตำแหน่งซิลิโคน
  • การบวมหลังผ่าตัด

จึงไม่ควรรีบสรุปว่าหน้าอกผิดปกติในช่วงแรก ควรรอให้ร่างกายฟื้นตัวและให้แพทย์ติดตามผลเป็นระยะ

  1. ความรู้สึกบริเวณหัวนมเปลี่ยนแปลง

หลังเสริมหน้าอก ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการชา เสียว หรือมีความไวของหัวนมเปลี่ยนแปลงไป

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเกิดขึ้นชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเส้นประสาทฟื้นตัว แต่ระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคน

หากมีอาการผิดปกติรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาที่แพทย์แจ้ง ควรเข้ารับการตรวจติดตาม

  1. เซโรมา (Seroma)

Seroma คือการสะสมของของเหลวบริเวณที่ผ่าตัด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการบวม ตึง หรือรู้สึกว่ามีของเหลวอยู่บริเวณหน้าอก

Seroma บางกรณีอาจมีปริมาณไม่มากและร่างกายสามารถดูดซึมกลับได้ แต่หากมีปริมาณมากหรือมีอาการผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมหรือการรักษาตามความเหมาะสม

  1. รอยย่นหรือเห็นขอบซิลิโคน

ในผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อยหรือมีผิวหนังบาง อาจสามารถมองเห็นหรือคลำขอบของซิลิโคนได้ รวมถึงอาจพบ Rippling หรือรอยย่นของถุงซิลิโคน

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึง

  • ปริมาณเนื้อหน้าอกเดิม
  • ตำแหน่งการวางซิลิโคน
  • ชนิดและรูปทรงของซิลิโคน
  • ขนาดซิลิโคน
  • ความบางของเนื้อเยื่อ

การเลือกขนาดและรูปแบบของซิลิโคนให้เหมาะกับโครงสร้างร่างกายจึงมีความสำคัญ

  1. ซิลิโคนแตกหรือรั่ว

ถุงซิลิโคนในปัจจุบันได้รับการออกแบบให้มีความทนทาน แต่ยังมีโอกาสเกิดการแตกหรือรั่วได้

ในกรณีซิลิโคนเจล อาจเกิด Silent Rupture ซึ่งหมายถึงซิลิโคนแตกโดยไม่มีอาการชัดเจน ผู้ที่มีข้อสงสัยหรือมีอาการผิดปกติจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการตรวจที่เหมาะสม

การติดตามสุขภาพเต้านมและการตรวจตามคำแนะนำของแพทย์มีความสำคัญแม้ไม่มีอาการก็ตาม

ภาวะแทรกซ้อนหลังเสริมหน้าอกแบบไหนควรรีบพบแพทย์?

หลังเสริมหน้าอก หากพบอาการดังต่อไปนี้ ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือแพทย์โดยเร็ว

☑ หน้าอกบวมขึ้นอย่างรวดเร็วหรือบวมมากผิดปกติ
☑ ปวดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
☑ มีไข้หรือหนาวสั่น
☑ แผลแดง ร้อน หรือมีหนอง
☑ มีเลือดออกผิดปกติ
☑ แผลผ่าตัดแยก
☑ หน้าอกเปลี่ยนรูปอย่างรวดเร็ว
☑ มีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรืออาการผิดปกติรุนแรงอื่น ๆ

หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอกมาก หน้ามืด หรือหมดสติ ควรเข้ารับการรักษาฉุกเฉินทันที

  • วิธีลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนหลังเสริมหน้าอก

แม้ไม่สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงและช่วยให้การพักฟื้นเป็นไปอย่างเหมาะสมด้วยการ

  • เลือกโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย มีทีมแพทย์และบุคลากรที่พร้อมดูแลผู้ป่วยก่อนและหลังผ่าตัด

เลือกศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีคุณวุฒิเหมาะสม

ควรตรวจสอบคุณวุฒิและประสบการณ์ของแพทย์ รวมถึงพูดคุยถึงความต้องการและข้อจำกัดของตนเองก่อนผ่าตัด

ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังผ่าตัด

ทั้งการรับประทานยา การดูแลแผล การสวมเสื้อชั้นใน การนอน และการกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์

ไม่รีบกลับไปออกกำลังกายหนัก

ควรให้ร่างกายมีเวลาฟื้นตัวก่อนกลับไปทำกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อหน้าอกหรือมีแรงกระแทกสูง

มาตรวจติดตามตามนัด

การติดตามผลหลังผ่าตัดช่วยให้แพทย์สามารถประเมินการหายของแผล ตำแหน่งซิลิโคน และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

สรุปภาวะแทรกซ้อนหลังเสริมหน้าอก

การเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการผ่าตัดอื่น ๆ ภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้ ได้แก่ เลือดคั่ง การติดเชื้อ แผลมีปัญหา พังผืดรัดซิลิโคน ซิลิโคนเคลื่อน หน้าอกไม่เท่ากัน การเปลี่ยนแปลงความรู้สึกบริเวณหัวนม เซโรมา รอยย่นหรือเห็นขอบซิลิโคน รวมถึงซิลิโคนแตกหรือรั่ว

ในช่วงแรกหลังผ่าตัด อาการบวม ตึง เจ็บ ช้ำ หรือหน้าอกยังไม่เข้าที่อาจพบได้และไม่ได้หมายความว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนเสมอไป แต่หากอาการ รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือแตกต่างจากคำแนะนำที่ได้รับจากแพทย์ ควรติดต่อแพทย์ทันที

การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ศัลยแพทย์ที่มีคุณวุฒิเหมาะสม การเลือกซิลิโคนและเทคนิคผ่าตัดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล รวมถึงการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างถูกต้อง ล้วนเป็นส่วนสำคัญของการลดความเสี่ยงและช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเหมาะสม

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนหลังเสริมหน้าอก

เสริมหน้าอกอันตรายไหม?

การเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่การประเมินก่อนผ่าตัด การเลือกแพทย์และสถานพยาบาลที่เหมาะสม รวมถึงการดูแลหลังผ่าตัด สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้

หลังเสริมหน้าอกหน้าอกบวมเป็นเรื่องปกติไหม?

อาการบวมสามารถพบได้ในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด แต่หากบวมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว บวมข้างเดียวอย่างชัดเจน หรือมีอาการปวดมากร่วมด้วย ควรติดต่อแพทย์

หลังเสริมหน้าอกหน้าอกแข็งเกิดจากอะไร?

หนึ่งในสาเหตุที่ต้องพิจารณาคือภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคน แต่หน้าอกอาจรู้สึกตึงหรือแข็งในช่วงแรกจากการบวมและการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อได้เช่นกัน จึงควรให้แพทย์ประเมิน

ซิลิโคนเสริมหน้าอกแตกได้หรือไม่?

มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แม้ซิลิโคนจะได้รับการออกแบบให้มีความทนทาน หากสงสัยว่าซิลิโคนมีความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

หลังเสริมหน้าอกเมื่อไรจึงถือว่าหน้าอกเข้าที่?

ระยะเวลาการเข้าที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับเทคนิคผ่าตัด ตำแหน่งวางซิลิโคน ชนิดซิลิโคน และการตอบสนองของร่างกาย จึงควรติดตามผลตามนัดและให้แพทย์ประเมินเป็นระยะ

บทความอื่นๆ

WIND LADY

ปวดท้องน้อยหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เกิดจากอะไร ? เช็กสาเหตุและสัญญาณที่ควรพบแพทย์

อาการ ปวดท้องน้อยหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นปัญหาที่พบได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะชั่วคราว เช่น การหล่อลื่นไม่เพียงพอ

Read More »
WINDS Hospital

PCOS คืออะไร? รู้จักอาการ การวินิจฉัย และแนวทางดูแลภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ

ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ สิวขึ้นเรื้อรัง ขนตามใบหน้าหรือลำตัวเพิ่มขึ้น ผมบาง หรือน้ำหนักขึ้นง่าย อาจทำให้หลายคนสงสัยว่า “เป็น PCOS หรือไม่?”

Read More »
WIND LADY

เนื้องอกในมดลูกเกิดจากอะไร? รู้สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และอาการที่ควรสังเกต

เนื้องอกในมดลูก หรือ Uterine Fibroids / Leiomyomas เป็นก้อนเนื้อที่เกิดจากเซลล์กล้ามเนื้อของมดลูก โดยส่วนใหญ่ก้อนเนื้อไม่ใช่มะเร็ง

Read More »